แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวย ความงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสวย ความงาม แสดงบทความทั้งหมด

ปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าจัดการได้!



ปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าสามารถเป็นกันได้ทุกคนค่ะ เพราะถ้าเรายังต้องเจอแสงแดดที่แผดเผาทำร้ายเราอยู่ทุกวันและไหนจะมลภาวะจากสิ่งแวดล้อมและจากควันพิษทั้งหลายอีก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและหลีกหนีไม่ได้จริงๆ ค่ะ

ยิ่งเราทำงานในเมืองที่มีแต่ผู้คนที่ต้องใช้รถใช้ถนนกันด้วยแล้วฝุ่นควันเยอะจริงๆ แน่นอนค่ะว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นปัญหาหลักเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้า ลงลึกกันไปอีกนิดกับปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าถึงสาเหตุเกิดขึ้นจากเม็ดสีเมลานินของเราเนี่ยละค่ะที่มีการผลิตตัวมากเกินไปรวมถึงฮอร์โมนในร่างกายของเราที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่รู้ตัว

และสิ่งที่ส่งผลให้เม็ดสีเมลานินของเรานั้นมีการผลิตตัวมากเกินไปนั่นก็คือ แสงแดดซึ่งมีทั้ง รังสี UVA และ รังสี UVB อันเป็นสาเหตุหลัก เท่านั้นยังไม่พอการทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่ถูกต้องและไม่สะอาดมากพอก็เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุอีกด้วยค่ะ และนี่ยังรวมถึงผิวแพ้ง่าย ผิวขาดความชุ่มชื้น และอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยังมีอีกหนึ่งปัญหาตัวฉกาจนั่นคือสิวที่ชอบทิ้งร่องรอยและจุดด่างดำเอาไว้บนใบหน้าให้เราอับอายแถมนานอีกด้วยค่ะ

ฉะนั้นแล้วควรดูแลเอาใจใส่และบำรุงผิวกันเป็นพิเศษนะค่ะ ไม่เช่นนั้นแล้วจุดด่างดำบนใบหน้าของคุณจะไม่หายไปไหนแต่กลับจะอยู่คู่กับคุณตราบนานเท่านานกันเลยทีเดียวค่ะแถมอาจจะมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากว่าคุณไม่รู้จักที่จะดูแลผิวพรรณนะค่ะ




ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

เติมน้ำสู่ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้า



เมื่ออายุไม่ได้หยุดอยู่ที่เลขที่ 18 บอกเลย สาวๆ หลายคนจะพบปัญหาผิวหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นหรือผิวหน้าขาดน้ำนั่นเองตามมา เพราะร่างกายของคนเรานั้นมีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงผนวกกับช่วงอายุที่หลายคนเข้าสู่วัยสาวอย่างจริงจัง

เริ่มแต่งหน้า เขียนคิ้ว ทาปาก รองพื้น ทำให้ผิวของเราต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ ทั้งอิลาสติน คอลลาเจนก็จะทำงานช้าลงไปตามประโยชน์จากการใช้งานของผิว บางคนอาจรู้สึกว่ายังไม่ต้องบำรุงผิวหรอกนะ เพราะอายุไม่มาก แต่การปล่อยปละละเลยไปแล้วกลับมาบำรุงทีหลังทีนี่และจะเเป็นงานยากยิ่งที่จะทำให้ผิวดูเหมาะกับอายุที่แท้จริง กรี๊ด…ได้ฟังดังนี้ สาวๆ อายุ 18 เป็นต้นไปกรุณาให้ความสนใจกับผิวกันสักนิดค่ะ การสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายดายมาก เพียงแค่เราอยู่เฉยๆ รวมถึงการขับเหงื่อก็ทำให้เราสูญเสียความชุ่มชื้นในผิวหนังหรือน้ำในผิวไปวันละเกือบ 1 ลิตร หากรวมภาระกิจอื่นๆ อีกผิวยิ่งมีโอกาสสูญเสียความชุ่มชื้นได้มากขึ้น

เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้นสิ่งที่จะตามมานั่นก็คือ ผิวแห้ง ไม่อิ่มเอิบ ดูอ่อนล้า ไม่สดใส แถมยังทำให้ดูแก่ก่อนวัย เพื่อปกป้องผิวและให้ผิวยังคงความชุ่มชื่นและดูอิ่มเอิบได้ คงหนีไม่พ้นการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ช่วยเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวไว้ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้ว่าช่วยปกป้องการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวและล็อคความชุ่มชื้นได้ยาวนาน ใครมีความกังวลเรื่องผิวแห้งหรือต้องการดูแลผิวให้ดูใสเด้ง อิ่มน้ำ ลองหากันดูได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำใกล้บ้านคุณนะคะ แล้วก็เช่นเคยค่ะควรดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร นั่นเองเพื่อเติมความชุ่มชื้นจากภายในสู่ภายนอก นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอรวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยค่ะ เพียงเท่านี้คุณจะสามารถเติมน้ำสู่ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบสวย ใสๆ ปิ๊งๆ กันได้แน่นอน




ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

เผยเทคนิคกำจัดรอยคล้ำและถุงใต้ตา


นอนดึกอีกและ นอนดึกอีกและ…เฮ้ย! รอยคล้ำก็เริ่มมี ถุงใต้ตาก็ตามอีกกลุ้มใจจริงๆ ทำไงดี? ปัญหาเหล่านี้ยังพอมีทางออกค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาเผยเทคนิคกำจัดรอยคล้ำและถุงใต้ตากันค่ะ

เชื่อเลยว่าสาวๆ หลายๆ ท่านคงกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจเกี่ยวกับเรื่องปัญหาแบบนี้ค่อนข้างมากทีเดียวเชียวและ เพราะนอกจากจะทำให้ใบหน้าดูโทรมไม่สดใสแล้วการมีรอยคล้ำและถุงใต้ตาก็ยังทำให้คุณดูเหมือนคนอดนอนมาหลายคืนอีกด้วย แถมหน้าตาดูยังเหี่ยวมากๆ ด้วย แล้วสาวๆ ยอมได้เหรอถ้าจะมีสิ่งเหล่านี้มาเป็นตัวขัดขวางชีวิตความงามของคุณ แน่นอนค่ะว่ายอมซะไม่ได้นั้นเรามาหาวิธีกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดด้วยเทคนี้กันดีกว่าค่ะ ด้วยอุปกรณ์ที่ง่ายแสนจะธรรมชาติดังต่อไปนี้ค่ะ

- แตงกวา สิ่งใกล้ตัวแสนธรรมชาติและหาง่ายตัวช่วยชั้นดีที่จะช่วยสาวๆ ให้มีใต้ตาที่สดใสขึ้นเหมาะกับสาวๆ ที่ขยันและไม่ขี้เกียจทำเคล็ดลับนี้ค่ะ เพียงแค่คุณนำแตงกวาง 1 ลูก ฝานบางเฉียงๆ เป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นช่องฟิตให้แข็งตัวแล้วนำมาวางตรงใต้ตาทุกวัน วันละ 30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดเพียงเท่านี้ก็ช่วยลดอาการถุงใต้ตาบวมและรอยคล้ำได้บางแล้วค่ะ ในสรรพคุณของแตงกวาเป็นที่รู้กันดีว่าในแตงกวาประกอบด้วยน้ำถึง 96% ซึ่งจะช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื่นและยังอุดมไปด้วยวิตามินอีกมากมายในการบำรุงผิวพรรณอีกด้วยค่ะ

- หรือแพงหน่อยแต่ไม่ยุ่งยากลองหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะช่วยในการขจัดและจัดการปัญหารอยคล้ำและถุงใต้ตาได้อยู่หมัดกันดูนะค่ะ สมัยนี้มีเยอะมากและหลากหลายยี่ห้ออีกด้วยลองเลือกที่เหมาะกับสาวๆ ที่ขี้เกียจแบบดิฉันดูนะค่ะ เพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนกันจ้า สิ่งนี้เหมาะกับสาวๆ ที่เร่งรีบและต้องการความรวดเร็วแล้วละจ๊ะหนึ่งเดียวจัดการได้ทุกปัญหาค่ะ แล้วอย่าลืมตามหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดเลือนรอยคล้ำและถุงใต้ตามาลองใช้กันดูนะค่ะเพราะว่าเราประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์แบบเฉพาะย่อมดีกว่ากว่าผลิตที่ครอบคลุมทุกอย่างจ้ามาสวยแบบไม่ต้องออกแรงกันเตอะ




ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

ผิวหน้าขาวแต่ผิวคอดำทำไงดี?…สิ่งนี้จัดการได้ค่ะ!



ผิวหน้าขาวแต่ผิวคอดำปัญหานี้บอกเลยเกิดขึ้นกับสาวๆ จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่นั้นห่วงแต่หน้าตาจึงสรรหาแต่ครีมบำรุงดีๆ ประโครมกันเข้าไปที่ส่วนผิวหน้าเพียงอย่างเดียว

และจึงละเลยส่วนผิวส่วนคอไปไม่ว่าจะด้วยความงก ประหยัด หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ควรที่จะบำรุงส่วนคอด้วยซิค่ะ เคล็ดลับง่ายๆ ในการจัดการผิวหน้ากับผิวคอให้เท่ากันนั่นก็คือ เวลาที่เราซื้อครีมบำรุงผิวหน้าอะไรก็แล้วแต่มาก็อย่าลืมที่จะเอาตรงนั้นอะมาบำรุงส่วนคอด้วยค่ะ ทำอย่างนี้ก็เพื่อให้สีผิวทั้งผิวหน้าและผิวคอนั้นมีความสม่ำเสมอกัน ไม่ใช่หน้าขาวสวยเด้งมาแต่ไกลแต่ไหงคนละเฉดกับสีคอล่ะทีนี้

จากความมั่นใจในผิวหน้าอันสวยขาวราวกับมีออร่าจะต้องหม่นหมองด้วยสีผิวของคอที่ไม่เท่ากันเหรอเนี่ย เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะทำตามกันด้วยนะจ๊ะ และไม่ใช่แค่การบำรุงผิวหน้ากับคอเท่านั้นนะค่ะเวลาที่คุณจะมาร์คหน้าก็อย่าลืมมาร์คมาถึงคอด้วยล่ะให้ความสวยของผิวหน้ากับผิวคอเท่ากันหน่อยเถอะค่ะ

แต่เมื่อคอดำไปแล้วและผิวหน้าขาวไปแล้วจะแก้ไงล่ะทีนี้เราก็มีอีกเคล็ดลับที่จะบอกค่ะ นำมะขามเปียกผสมกับนมสดรสจืดยี่ห้อใดก็ได้ค่ะมาผสมกันค่ะ จากนั้นก็นำมาพอกที่คอทิ้งไว้สัก 20-30 นาที ทำอย่างนี้ทุกวันไปก่อนจนกว่าสีผิวจะกลับมาเท่ากันแล้วค่อยเลิกทำค่ะ จากนั้นก็อย่าลืมที่จะบำรุงผิวหน้าและผิวคอให้เท่าๆ กันด้วยนะค่ะ ง่ายๆ เท่านี้คุณก็จะมีผิวหน้าและผิวคอที่ขาวสม่ำเสมอผิวเท่ากันแล้วล่ะค่ะ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้องและถูกวิธี


เมื่อผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับอะไรหลายๆ อย่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะต่างๆ ทั้งฝุ่น ทั้งควัน และแสงแดด เรียกได้ว่า คุณนั้นต้องเจอเชื้อโรคกันทุกวันเลยทีเดียวค่ะ การล้างหน้าที่ถูกต้องและถูกวิธีจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นค่ะ

เพราะขนาดกินข้าวยังต้องล้างมื้อเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แล้วประสาอะไรกับผิวหน้าที่ตั้งแต่เช้าฉันออกจากบ้านยังไม่ได้ล้างเลยจนกว่าจะถึงเวลากลับบ้านจริงไหมค่ะ ที่สำคัญผิวหน้าของเรายังเป็นหน้าเป็นตาให้กับเราเวลาที่เราต้องไปพบปะพูดคุยกับใครหลายๆ คนอีก เรียกว่าสำคัญมากทีเดียว ฉะนั้นแล้วการดูแลเอาใจผิวหน้าจึงควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนวิธีการล้างหน้าที่ถูกต้องและถูกวิธีกันเลยค่ะ ถ้าไม่เริ่มจากตรงจุดนี้เดี๋ยวมันจะสายเกินไปนะค่ะ

เพราะว่าสาวๆ หลายๆ คนมักจะทำร้ายผิวหน้ากันทุกวันโดยไม่รู้ตัว สาวๆ หลายๆ คน อาจจะ งง ว่า ฉันทำร้ายหน้ายังไงค่ะ! โอ้ก็อต…คุณอาจะไม่รู้ว่ากำลังทำร้ายผิวหน้านานแค่ไหนแล้ว ก็ตอนแต่งหน้าไงค่ะบางคนก็ชอบรุนแรงกับผิวและบางคนยังทิ้งเมคอัพที่ผิวหน้ากันข้ามคืนอีก คุณรู้ไหมค่ะว่าสิ่งเหล่านี้ทำร้ายผิวสวยๆ ของคุณให้แย่ลงได้ขนาดไหน ทั้งทำให้ดูแก่ก่อนวัย เกิดริ้วก่อนอายุ เกิดรูขุมขนกว้าง เป็นสิว ฯลฯ ฉะนั้นก็มาเริ่มกันซะตั้งแต่ตอนนี้เลยนะค่ะ เริ่มต้นกันด้วยวิธีการล้างหน้าที่ถูกต้องและถูกวิธีกันค่ะ

1. หากเราแต่งหน้าควรทำการลบเครื่องสำอางค์ก่อนแล้วค่อยล้างหน้าค่ะ

2. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าให้เหมาะกับผิวของคุณค่ะ ยิ่งเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายด้วยแล้วยิ่งควรพิถีพิทันในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ค่

3. ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติหรือก็คือน้ำประปาที่เราใช้กันอยู่ทุกวันเริ่ดที่สุดแล้วค่ะในการล้างหน้าและทำความสะอาดผิวของเรา ต่อกันด้วยที่บีบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าลงบนฝ่ามือในปริมาณพอสมควรผสมน้ำเล็กน้อยและถูกให้เกิดฟองค่ะ (หากผลิตภัณฑ์ไม่มีฟองก็ข้ามไปค่ะ) เมื่อถูจนเนื้อผลิตภัณฑ์แต่ตัวจนหมดแล้วให้เริ่มนำมาถูนวดเบาๆ ที่บริเวณผิวหน้าโดยเริ่มจากตรงจมูกนวดไปทางหูให้วนเป็นวงกลมโดยใช้ทั้ง 2 มือในการทำไปพร้อมกัน เมื่อคิดว่าพอแล้วก็ให้ใช้นำสะอาดล้างหน้าเป็นอันเสร็จค่ะ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

การเลือกรับประทานอาหาร เสริมให้ผิวดูขาว เปล่งประกาย


สารอาหารเสริมผิวขาวที่เราจะมาพูดกันในวันนี้ไม่ใช่อาหารเสริมที่เป็นแบบเม็ด เป็นแคปซูล หรือเป็นยาหรอกนะค่ะ แต่จะเป็นสารอาหารเสริมผิวขาวจากธรรมชาติต่างหากค่ะ

ว้าวๆๆๆๆ… สาวๆ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในอาหารต่างๆ ที่เราได้รับประทานเข้าไปนั้นส่วนใหญ่ก็จะมีสารที่ช่วยให้เรามีผิวขาวกันอยู่แล้ว แต่ก็เลือกรับประทานกันสักหน่อยเพราะก็ไม่ใช่อาหารทุกอย่างซะทีเดียวที่จะมีสารอาหารเสริมผิวขาวตัวช่วยผิวสวยของคุณค่ะ สาวๆ หลายคนในตอนนี้ก็คงจะอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะค่ะว่าสารอาหารเสริมผิวขาวนั้นมีอยู่ในอาหารจำพวกใดกันบ้างเอ่ย…ก็เค้าอยากมีผิวขาวเร็วๆ นี่น่า อิอิ เอาเป็นว่าบ่นมาก็ตั้งนานและเนอะนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีอาหารอะไรบ้างและจะเป็นอาหารที่เราได้ทานกันอยู่เป็นประจำรึเปล่าน๊า…

1. สารอาหารที่มีโปรตีน กรดอะมิโนหรือโอเมก้า 3 ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ผิวพรรณเปล่งปลั่งและอาหารที่มีในจำพวกนี้ได้แก่จำพวกปลาทะเลทั้งหลาย เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาค้อด ฯลฯ

2. สารอาหารที่เต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี เกลือแร่ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ผิวคุณไม่หมองคล้ำแต่กลับมีแต่ความขาวสดใสเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น และสารอาหารเหล่านี้ก็อยู่ในผักผลไม้ต่างๆ อยู่แล้วค่ะ เลือกกินให้เยอะๆ แต่ถ้ากินหลากหลายๆ สีก็จะยิ่งดีมากเลยค่ะ เพราะแต่ละสีก็จะมิตามินและเกลือแร่ตัวอื่นๆ มาร่วมด้วยได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งนี้ยังรวมถึงธัญพืชและถั่วต่างๆ ด้วยนะจ๊ะ

3. สารอาหารที่มีไอโซเฟลโวนซึ่งมีไขมันต่ำแถมต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่สำคัญช่วยทำให้ผิวคุณขาวขึ้นกินแล้วไม่อ้วนขึ้นแน่นอน อย่าลืมดื่มทุกวันล่ะนะ และนั้นก็คือ น้ำนมถั่วเหลืองนั่นเองค่ะ

นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้ผิวหน้าของคุณดูสว่างใสแล้ว ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำเพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณดำเนินชีวิตไปอย่างไม่ต้องกังวลกับผลที่ตามมาจากการเข้าคอร์สพิเศษทรีทเม้นต์ ราคาแพงอีกด้วยค่ะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

อยากผิวหน้าชุ่มชื่นสดใส “คูณ2” ช่วงหน้าร้อนแบบนี้มามาส์กหน้ากันดีกว่า!


วันหยุดช่วงหน้าร้อนแบบนี้อย่ามัวปล่อยให้ผิวหน้าดูไม่สดชื่นไม่ได้นะค่ะ ยิ่งสาวๆ ที่มีผิวพรรณแห้งตึงด้วยแล้วแบบไม่ดูแลไม่ได้นะจ๊ะ เพราะผู้หญิงอย่างเราจะไม่ไม่หยุดสวยเพราะยิ่งทำให้ตัวของเราเองนั้นสวยยิ่งๆ ขึ้นไปอีกค่ะ เพราะผู้หญิงจะไม่มีวันหยุดสวยค่ะ

เพราะฉะนั้นแล้วเรายิ่งต้องดูแบผิวหน้าและผิวกายกันเป็นพิเศษสักหน่อยแล้วละจ๊ะ ไม่ควรอย่าปล่อยให้ความร้อนหรือความหนาวเย็นและหนาวเหน็มมาเป็นอุปสรรค์ที่ทำให้ผิวพรรณของคุณต้องแห้งเสียไปเพราะฤดูกาลต่างๆ แบบนี้ค่ะ หากว่าครีมที่คุณทาอยู่ทุกวันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้นสดใสได้ลองมามาส์กหน้าและมาส์ผิวกายเพิ่มให้ผิวชุ่มชื้นเด้งสดใสกันดีกว่า ยิ่งวันหยุดยาวช่วงนี้มีหลายวันด้วยแล้วคุณยิ่งว่างทั้งวันอยากปล่อยให้เวลาต้องผ่านไปอย่างเสียเปล่าโดยที่คุณไม่ทำอะไรเลย เพราะความสวยเองก็ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาหล่นให้คุณเองเหมือนดั่งนางฟ้าในเทพนิยายปลุกเสกคุณก็ต้องรู้จักที่จะสรรหาสิ่งดีๆ มาประทินให้กับผิวพรรณของคุณเองด้วยค่ะ

และถ้าอยากผ่อนคลายสบายผิวแบบชิวๆ ช่วงหน้าร้อนกันแบบนี้ก็ต้องเลือกมาส์กหน้าที่นอกจากจะช่วยผ่อนคลายสบายผิวแล้วยังจะต้องช่วยให้ผิวของคุณชุ่มชื่นเย็นและดูสดใยยาวนานอีกด้วยค่ะ ฉะนั้นแล้วคุณผู้หญิงทั้งหลายควรเลือกมาส์กหน้าและมาส์กผิวกายที่มีส่วนผสมของแตงกวางหรือมะเขือเทศหรือว่านหางจระเข้ก็ได้ค่ะ ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์เย็นแล้วยังจะช่วยปกป้องการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวหน้าและผิวกายของคุณได้อีกด้วยและช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและสดใสได้อีก แต่ถ้าให้ดีเลือกสูตรธรรมชาติแบบทำเองง่ายๆ คือ เลือกส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ แตงกวาง หรือ ว่านหางจระเข้ ก็ได้ค่ะ มาผสมกับน้ำผึ่งแล้วก็โยเกิร์ตพอกผิวพรรณสัก 15-20 นาที เพียงเท่านี้ผิวคุณก็จะเนียนนุ่มสดใสชุ่มชื่นมีชีวิตชีวิตคูณ 2 กันแล้วละค่ะ ง่ายๆ แบบนี้ที่ผู้หญิงเร่งรีบอย่างเราเลือกใช้ในวันหยุดจ้า



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

ผิวไหม้จากแสงแดดจัดการได้


ผิวไหม้เกิดจาการที่เราโดนแสงแดดจัดๆ เป็นเวลานานทำให้ผิวคล้ำเสียซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังได้นะค่ะ และสาวๆ ส่วนใหญ่ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดคงหนีไม่พ้นสาวๆ เวิร์คกิ้งวูแมนที่ต้องทำงานท้าแดดอยู่เป็นประจำ

และก็สาวๆ ที่ชอบไปเที่ยวทะเลและนอนอาบแสงแดดเป็นเวลานานโดยที่บางครั้งคุณสาวๆ ลืมที่จะปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างถูกวิธีไปค่ะ นอกจากการทาครีมกันแดดอย่างถูกวิธีแล้วเราก็มีวิธีจัดการกับไหม้จากแสงแดดแบบทันท่วงทีมาฝากด้วยค่ะ

ถ้าคุณรู้ตัวว่าคุณคือสาวที่ต้องทำงานทามกลางแสงแดดอยู่ตลอดเวลาลองพกพาสมุนไพรไทยๆ ติดตัวไว้บ้างก็ดีนะค่ะ อย่างเจ้าว่านหางจระเข้เนี่ยเป็นสมุนไพรชั้นยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศเชียวนะค่ะ เนื่องจากว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรไทยธาตุเย็นหาง่ายแถมปลูกสบายขึ้นง่ายอย่าลืมปลูกไว้ที่บ้านดูนะค่ะ และเวลาออกไปนอกบ้านเวลาที่ต้องเผชิญแสงแดดอย่างหนักและรู้สึกแสบๆ แดงๆ คันๆ บริเวณที่รู้สึกว่าผิวของฉันกำลังไหม้ให้งัดเจ้าว่านหางจระเข้ฉีกเปลือกออกแล้วนำแต่วุ้นๆ มาทาบริเวณที่รู้สึกว่าผิวไหม้จากแสงแดดและทาทับไว้สักพักก็จะช่วยบรรเทาอาการผิวไหม้ที่เกิดจากแสงแดดได้ทันควันแล้วละค่ะ แถมยังไม่ทำให้ผิวคล้ำเสียอีกด้วยค่ะที่สำคัญสมุนไพรว่านหางจระเข้นี้ยังช่วยเรื่องไฟลวกหรือน้ำร้อนลวกได้ดีเช่นเดียวกันค่ะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับความสวย ความงาม จาก gigail.com
[Continue Reading]

สิวหายข้ามคืน…ทันใจ…ไม่กลับมา!


อันว่าสิวนี้เกินขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยดีจริงๆ ยิ่งวัยรุ่นด้วยยิ่งอยากจะหนีจากเจ้าสิวตัวฉกาจนี้ไปให้ไกลกันเลยใช่ไหมละค่ะ แต่ปัญหาสิวๆๆ กำลังจะหมดไปเพราะเรามีเคล็ดลับสิวหายข้ามคืนหายเร็วทันใจไม่กลับมาอีกมาฝากกันด้วยค่ะ

แต่จะบอกว่าไม่กลับมาอีกเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้นะค่ะ เพราะว่าสิวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยหลากหลายสาเหตุ ยิ่งถ้าเราดูแลผิวหน้าไม่ดีหรือไม่รู้จักที่จะทำความสะอาดหรือปล่อยให้ผิวหน้ามันหมักหมม ทำความสะอาดไม่ถูกวิธีก็เป็นสาเหตุในการเกิดสิวได้เช่นเดียวกัน แม้จะใช้สารพัดวิธีแต่ถ้าไม่ดูแลและใส่ใจกันซะเลยยังไง๊…ยังไงสิวมันก็ต้องเกิดขึ้นมาบนใบหน้าอยู่ดีค่ะ และยิ่งพฤติกรรมเสี่ยงๆ ที่ก่อให้เกิดสิวด้วยแล้วก็โทษกันไม่ได้นะเอ่อว่าทำไมสิวขึ้นอีก ยกตัวอย่างเช่น มือของคนเรานั้นหยิบจับอะไรมาทั้งวัน ยิ่งออกไปข้างนอกด้วยแล้วเชื้อโรคสาระพัด ก่อนจะจับผิวบนใบหน้าเคยสังเกตุหรือหยุดคิดกันบ้างไหมว่าวันนี้ฉันหยิบจับอะไรมาบ้างแล้วแล้วอยู่ดีๆ ก็มาทาแป้ง ลูปหน้า ลูปตากันซะอย่างนั้น เอ๊ะใจกันบ้างไหมหนอว่าเราได้ล้างมือก่อนที่จะมาจับหน้าเรากันบ้างรึเปล่า นี่และค่ะคือสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสิวแล้วไม่ยอมหายซะที ส่วนหน้าใครที่บอกว่าก็ไม่เห็นต้องล้างมืออะไรกันเลยสิวก็ไม่เห็นขึ้นนั่นคุณคือคนไม่กี่คนหรอกค่ะที่โชคดีกับเรื่องแบบนี้

แต่ถ้าสิวมันเกิดขึ้นกันแล้วแต่ว่าอยากให้หายด่วน หายทันใจ หายข้ามคืน บอกเลยว่าวันนี้เรามีเคล็ดลับเล็กน้อยๆ มาฝากกันค่ะ เมื่อรู้ตัวว่าสิวของเรากำลังจะผุดเป็นสิวปูดขึ้นมาแล้วเราต้องรีบสยบมันก่อนที่มันจะขึ้นลามตามค่ะ วิธีนี้คือวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดเรียกได้ว่าเป็นวิธีดั้งวิธีเดิมของคนสมัยโบราณกันกว่าได้จ้า ก่อนอื่นซื้อดินสอพองติดบ้านกันว่าสิ่งนี้เรียกว่าสิ่งวิเศษกันเลยทีเดียวอยู่คู่กับหญิงไทยมาช้านานแล้ว ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็นดินสอพองด้วยและบอกเลยว่าสาวไทยคนสวยในสมัยก่อนๆ ที่ยังไม่เครื่องสำอางค์มาประทินผิวเค้าก็ใช้สิ่งนี้เพื่อความงามกันทั้งแบบนี้คงไม่ต้องสงสัยอะไรกันแล้วนะค่ะ แต่ตามหลักแล้วก็คือในดินสอพองนั้นประกอบไปด้วยสารแคลเซียมคาร์บอเนตที่เป็นตัวทำให้สิวยุบและแห้งเร็วนั้นเองค่ะ วิธีคือให้นำดินสอพองผสมกับน้ำมะนาวและคนให้เข้าแบบพอเหนียวแล้วนำมาปายที่หัวสิวก่อนเข้านอนพอตื่นเช้ามาก็ล้างหน้าแบบปกติเพียงเท่านี้สิวของคุณก็จะยุบลงภายในข้ามคืนเลยละค่ะ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับผิวพรรณจาก gigail.com
[Continue Reading]

ริมฝีปากเนียนนุ่มน่าจุ๊ฟ


นอกจากเรื่องของผิวหน้าและผิวกายที่เราต้องการดูแลแล้วริมฝีปากก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ต้องการได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเช่นกับผิวหน้าและผิวกายค่ะ เพราะว่าเป็นส่วนของผิวที่บางที่สุดคุณสาวๆ รู้หรือไม่ค่ะว่าก็คือส่วนของริมฝีปากนั้นเองค่ะ เชื่อเลยค่ะว่าสาวๆ หลายๆ คนนั้นก็คงอยากที่จะมีริมฝีปากที่สวยและเนียนนุ่มน่าจุ๊ฟกันใช่ไหมล่ะจ๊ะ สำหรับสาวๆ ที่ไม่ค่อยใส่ใจกับริมฝีปากมากนักและมัวแต่ปล่อยปละละเลยให้แห้งลอกและปากแตกโดยที่ไม่ดูแลและใส่ใจเลยจนทำให้คุณเสียบุคลิกภาพได้นะค่ะ เพราะเวลาที่ริมฝีปากของเราลอกแห้งแตกเป็นขุยนั้นนอกจากจะทำให้การทาลิปสติกไม่สวยแล้วยังทำให้ปากของเรานั้นดูน่าเกียจมากมากอีกด้วยค่ะ แต่เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปค่ะเพราะว่าเรามีเคล็ดลับการดูแลริมฝีปากมาฝากสาวๆ ให้คุณได้มีริมฝีปากเนียนนุ่มน่าจุ๊ฟกันทุกคนเลยละจ้า


เริ่มจากการเตรีมอุปกรณ์นั่นก็คือ
1. น้ำตาลที่เป็นเม็ดเล็กๆ หรือผงกาแฟก็ได้ค่ะ อันนี้แล้วแต่ชอบนะค่ะแต่ประโยชน์เท่ากันจ้า
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา

นำทั้งสองอย่างนี้มาผสมให้เข้ากันค่ะ แล้วนำมาสครับขัดๆ ถูๆ ที่ริมฝีปากอย่างเบามือค่ะ น้ำตาลหรือกาแฟจะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกมาเพื่อให้คุณสาวๆ ได้เผยเซลล์ผิวใหม่ที่สวยและสดใจยิ่งกว่าที่เคยเป็นอีกค่ะ ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยเยียวยาให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวริมฝีปากให้กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้งค่ะ ทำอย่างนี้อาทิตย์ล่ะ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะที่ช่วยให้ผิวริมฝีปากกับมาเนียนนุ่มแถมยังชุ่มชื่นอีกด้วยนะ อ๋อ…แล้วก็อย่าลืมหาลิปบาล์มมาบำรุงผิวริมฝีปากกันด้วยนะจ๊ะทาทุกวันด้วยนะเพื่อรักษาผิวริมฝีปากแบบนี้ให้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานเลยละค่ะ เพียงขั้นตอนง่ายๆ เท่านั้นก็ทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายมีริมฝีปากเนียนนุ่มน่าจุ๊ฟแล้วล่ะค่ะ


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับผิวพรรณจาก gigail.com

[Continue Reading]

เผย! สาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้าง



รูขุมขนกว้างใครๆ ก็ไม่อยากมีใช่ไหมค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้การแต่งหน้าทำได้ไม่เรียบเนียน ใช้แป้งอะไรก็ปกปิดไม่มิดแล้วรูขุมขนกว้างยังทำให้หมดความมั่นใจไปอีกโข ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ผิวพรรณของเราก็เริ่มที่จะล่วงโรยและไม่กระชับไปตามวัย


รูขุมขนกว้างก็เป็นหนึ่งในปัญหาที่ต้องพบเจอตามวัยที่มากขึ้นกันอยู่แล้ว แต่หากว่าเกิดก่อนวัยอันควรล่ะค่ะมีสาเหตุมาจากอะไรกันบ้างเอ่ย…? จะเฉยให้ฟังกันเดี๋ยวนี้และค่ะ

ปัญหาที่ 1 แน่นอนค่ะว่าเกิดจาก “วัย หรือ อายุ” ที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเองค่ะ เกิดการการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวทั้งหลายที่ทำงานช้าลงไม่ซ้อมแซมส่วนต่างๆ ได้ดั่งใจเหมือนตอนยังเป็นวัยรุ่นอยู่ค่ะ หากเราไม่เตรียมรับมือกับสิ่งนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจเกิดปัญหารูขุมขนกว้างก่อนวัยอันควรค่ะ ฉะนั้นการเลือกครีมหรือผลิตภัณฑ์ในการบำรุงผิวจึงเป็นส่วนที่สำคัญมากทีเดียวค่ะ

ปัญหาที่ 2 สิ่งที่ต้องเจอทุกวันนั้นคือ “แสงแดดและมลภาวะ” นั่นเองค่ะ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวและการอุดตันของผิวเป็นสาเหตุให้รูขุมขนกว้างเนื่องจากแสงแดดเป็นตัวการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวหนังซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผิวของเรายืดหยุ่นและกระชับผิวได้เป็นอย่างดี มลภาวะทำต่างๆ ทำให้เกิดสิ่งสกปรกมาอุดตันบนผิวทำให้เป็นสิวและเป็นสาเหตุทำให้รูขุมขนกว้าง หากไม่รู้จักทำความสะอาดผิวหน้าที่ถูกวิธีและการบำรุงผิวหน้าที่ถูกต้องแล้วล่ะก็ปัญหานี้มาเป็นเพื่อนคู่ผิวคุณแน่ๆ ค่ะ

ปัญหาที่ 3 กิจวัตรประจำวันที่เราต้องทำกันทุกวันค่ะ นั่นคือ “การทำความสะอาดผิวหน้า หรือ การล้างหน้า” นั่นเองค่ะ คุณรู้หรือไม่ว่าการดูแลผิวหน้าหรือการทำความสะอาดผิวที่ผิดวิธีนั้นเป็นปัญหาให้คุณเกิดรูขุมขนกว้างอย่างไม่รู้ตัว แล้วยิ่งคุณไม่ยอมล้างด้วยแล้วต่อมความมันใต้ผิวหน้าจะมีการผลิตน้ำมันที่มากเกินความจำเป็นขึ้นมาเป็นเหตุทำให้รูขุมขนจึงต้องขยายใหญ่เพื่อรองรับน้ำมันที่มากขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณเกิดรูขุมขนกว้าง ฉะนั้นแล้วควรล้างหน้าอย่างน้องวันละ 2 ครั้ง หากใช้เครื่องสำอางค์ทุกวันก็อย่าลืมหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ล้างเครื่องสำอางค์โดยเฉพาะมาทำความสะอาดเคลียร์ผิวหน้าของคุณด้วยล่ะ ควรขัดผิวหน้าบ้างอย่างอ่อนโยนเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ให้สะสมอยู่บนผิวหน้าเพื่อไม่ให้เป็นสาเหตุของรูขุมขนกว้างด้วยนะค่ะ

สุดท้ายเลยค่ะ ปัญหาที่ 4 “พันธุกรรม” กับ “กรรมพันธุ์” หากว่าคุณพ่อหรือคุณแม่ของคุณเป็นคนที่มีรูขุมขุนกว้าง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะมีรูขุมขนกว้างเช่นเดียวกันกับท่าน แต่หากคุณรู้จักที่จะดูแลผิวหน้าของคุณเป็นอย่างดีปัญหานี้ก็ยังคงมีทางออกอยู่นะค่ะ ซึ่งสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมากไม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมา เช่น ครีมบำรุง เซรั่ม เลเซอร์ ฯลฯ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับผิวพรรณจาก gigail.com

[Continue Reading]

เมื่อสาวๆ ฉีดน้ำหอมเยอะเกินไปจนเกิดกลิ่นฉุน…มาแก้กัน



เมื่อสาวๆ ฉีดน้ำหอมเยอะเกินไปจนเกิดกลิ่นฉุนแล้วไม่รู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไรกันดีวันนี้เรามีสาระพัดวิธีแสนง่ายที่จะทำให้กลิ่นน้ำหอมสุดฉุนของคุณนั้นหายไปและเบาบางลงได้อย่างน่าอัศจรรย์กันเลยทีเดียวค่ะ เคล็ดลับนี้ห้ามพลาดเลยนะจ๊ะสาวๆ

เรื่องความหอมกรุ่นเป็นของคู่กับผู้หญิงกันทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ เพราะผู้หญิงอย่างเราๆ ควรมีกลิ่นกายที่หอมรุ่นอยู่เสมอๆ เพราะกลิ่นกายเฉพาะของผู้หญิงแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันเลยซึ่งเปรียบเสมือนเสน่ห์ของคุณก็ไม่เหมือนใครเช่นเดียวกันค่ะ การที่เราซึ่งเป็นผู้หญิงที่มีกลิ่นกลายที่หอมฟุ้งอยู่เสมอนั้นเปรียบดุจเสน่ห์ที่ทำให้ชายหนุ่มหลงไหลคุณแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันเลยทีเดียวค่ะ แต่ทว่าเกิดความหอมของเราเปรียนเป็นความฉุนอะไรจะเกิดขึ้นกันเอ่ย…แน่นอนค่ะว่าอาจจะทำให้เสน่ห์ในตัวคุณนั้นลดน้อยค่ะ ใครหลายๆ คนนั้นอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้คุณเลยทีเดียวค่ะ สาวๆ บางคนอาจจะมองว่าการฉีดน้ำหอมนั้นไม่จำเป็นสำหรับคุณแต่จริงๆ แล้วการที่เรามีกลิ่นประจำกายหอมฟุ้งเป็นการเสริมเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งโดยเฉพาะกับคนที่มาเข้ามาอยู่ใกล้คุณอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่ต้องพบปะผู้คนเยอะแยะ หรืองานปาร์ตี้สังสรรค์ต่างๆ และการที่มีกลิ่นที่ติดจมูกใครบางคนอาจจะทำให้คุณนั้นกลายเป็นผู้หญิงที่ติดตาตรึงใจพวกเค้าเหล่านั้นเลยก็เป็นได้ค่ะ

แต่ทว่าการฉีดน้ำหอมนั้นก็ไม่ควรที่จะฉีดเยอะจนเกินดไป แต่ทว่าความหอมนั้นยากเกินจะต้านที่จะทำให้สาวๆ เกิดเผลอไผลฉีดน้ำหอมจนแบบเริงร่าจนเกินจะยั้งมือเป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดและเปลี่ยนความหอมกรุ่นในตัวคุณกลายเป็นความเหม็นฉุนไปซะนี่กระไร แล้วจะมีวิธีการแก้ไขได้อย่างไรกันเอ่ย…และยิ่งสาวๆ ที่มักจะฉีดน้ำหอมลงบนเสื้อผ้าด้วยแล้วจะทำอย่างไรกันดีละทีนี้วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

- ถ้าคุณฉีดน้ำหอมตามร่างกายแต่ปรากฎว่าฉุนจนเกินไปวิธีแก้คือ

1. แอลกอฮอล์ใกล้ๆ ตัวคุณ หยิบมันขึ้นมาซะแล้วชุบด้วยสำลีบิดหมาดๆ แล้วนำมาเช็ดตรงบริเวณที่คุณฉีดน้ำหอมลงไปสิ่งนี้จะช่วยให้น้ำหมอสลายไปอย่างง่ายดาย แม้ว่าจะไม่หมดซะทีเดียวแต่ก็จะทำให้กลิ่นน้ำหอมไม่ฉุนจนเกินไปอย่าแน่นอนค่ะ
2. หากว่าคุณนั้นไม่มีแอลกฮอล์แล้วละก็สิ่งใกล้ตัวอีกอย่างของคุณก็คือโลชั่นทาผิวนั้นเองค่ะ นำมาเช็ดถูบริเวณที่คุณฉีดน้ำหอมก็จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมเบาบางลงและกลิ่นฉุนก็จะจางไปค่ะ


- ถ้าคุณฉีดน้ำหอมตรงบริเวณเสื้อผ้าและทำให้กลิ่นฉุนจนเกินไปวิธีแก้คือ

1. เปลี่ยนชุดที่จะใส่ซะ เพราะวีธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดค่ะ
2. แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องใส่ชุดนี้ลองนำแป้งฝุ่นมาตบๆ ตรงบริเวณที่คุณฉีดน้ำหอมลงไปดูซิช่วยให้เบาบางลงได้ค่ะ
[Continue Reading]

ขอบตาดำคล้ำม๊าก…มาก มาดูสาเหตุกัน!



มีใครกันบ้างเอ่ยที่กำลังประสบปัญหากับขอบตาดำคล้ำกันถึงขั้นสุดขีดกันแล้วบ้างเอ่ย วันนี้เราจะพามารู้จักกับสาเหตุและวิธีป้องกันรวมถึงวิธีการรักษาให้ขอบตาดำคล้ำนั้นให้กลับมาสดใสดั่งเดิมค่ะ ฉะนั้นแล้วสาวๆ ห้ามพลาดกันเลยนะจ๊ะ

ปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นมักจะสามารถเกิดได้กับหลากหลายสาเหตุค่ะ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ที่มักจะประสบกับปัญหานี้คงไม่วายที่จะต้องกลุ้มอกกลุ้มใจมากกว่าคุณหนุ่มๆ อย่างแน่นอนค่ะ แต่ถ้ายิ่งเป็นสาวๆ วัยทำงานด้วยแล้วส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหานี้นั้งคงจะหนีไม่พ้นจากการทำงานหนัก นอนดึก หรือก็อดนอนนั่นเองค่ะ นอกจากสาเหตุแบบนี้แล้วก็ยังคงมีสาเหตุหลักแบบอื่นๆ กันอีก อาทิเช่น กรรมพันธุ์ของเรานั้นเองค่ะถ้าคุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นเคยเป็นโรคของตาดำคล้ำแล้วล่ะก็คงไม่ต้องสงสัยกันเลยว่าทำไมเราถึงมีขอบตาดำคล้ำเพราะพันธุ์กรรมทำให้เราเป็นอย่างนั้นแน่นอนค่ะแต่ก็ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงกันไม่ได้นะค่ะ และการไหลเวียนโลหิตใต้ตาที่ผิดปกติซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งในการทำให้ใต้ตาคล้ำแถมในบางรายนั้นยังเห็นเป็นเส้นเลือดฝอยๆ ที่ชัดเจนอีกด้วยค่ะ

การขยี้ตาบ่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลังที่ทำให้เกิดการกระตุ้นให้โลหิตให้ไหลเวียนผิดปกติและเป็นเหตุให้ใต้ตาคล้ำได้นั่นเองค่ะ หรือแม้กระทั้งการแพ้สารเคมีหรือครีมบำรุงหน้าที่เราได้ใช้กันอยู่ทุกวันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้ใต้ตาคล้ำได้เช่นเดียวกันค่ะ แน่นอนว่าในส่วนของผิวใต้ตานั้นเป็นผิวช่วงที่บอบบางมากสุด ฉะนั้นแล้วผิวตรงส่วนนี้จึงต้องการการดูแลที่เป็นพิเศษกว่าส่วนอื่นนะค่ะ ฉะนั้นแล้วอย่าลืมมองหาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เฉพาะกับผิวใต้ดวงตาเท่านั้นนะค่ะ ถึงจะเป็นได้รับการดูแลที่ถูกจุดและเจาะจงเป็นอย่างดี เพราะว่าผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจงเค้ามักจะใส่ใจและพิถีพิถันมีการรักษาที่ตรงจุดนั้นๆ เป็นพิเศษอยู่แล้วค่ะ และเพื่อให้ดวงตาของคุณสาวๆ กลับมาสดใสฟรุ้งฟริ้งกันอีกครั้งก็อย่าลืมที่จะทำตามคำแนะนำกันด้วยนะค่ะ



ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับผิวพรรณจาก gigail.com
[Continue Reading]

รู้วิธีรักษาฝ้า เพื่อหน้าสวย


“ฝ้า” เมื่อได้ยินคำนี้ผู้หญิงหลายคนคงไม่อยากได้ยินหรือไม่อยากเจอกับตัวเองเลยด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าต้องมาเป็นบนใบสวย ๆ คงจะอดไม่ได้ที่จะกลุ้มอกกลุ้มใจกันเหลือเกิน ฉะนั้นวันนี้เราจึงมีคำแนะนำในการรักษาฝ้าแต่ก่อนหน้านั้นเรามาำการรู้จักกับฝ้ากันก่อนค่ะ

ฝ้า คือ แผ่นสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มบนใบหน้ามักพบที่แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปากและคาง นอกจากนี้อาจพบได้ที่คอและแขนด้านนอกพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์และในวัย 30 และ 40 ปีขึ้นไป

ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีซึ่งอยู่ในชั้นหนังกำพร้ามีการสร้างเม็ดสีเมลานินออกมามากผิดปกติ และส่งเม็ดสีให้เซลล์ผิวหนังด้านบนเป็นจำนวนมากกว่าปกติด้วย


รักษาฝ้า


ควรแนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมาก (เวลาอยู่กลางแจ้งควรใส่หมวกหรือกางร่ม) ควรหลบแสงไฟแรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมและเครื่องสำอางที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอและ อย่าเครียด

การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีโดยไม่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีและ เร่งเซลล์ผิวหนังชั้นบนซึ่งมีเม็ดสีเมลานินที่สร้างขึ้นมาแล้วให้หลุดลอกออก ไป (ยารักษาฝ้าในปัจจุบันมักประกอบด้วยสารหลายชนิดที่สำคัญคือ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) กรดวิตามินเอและสเตอรอยด์เป็นยารักษาฝ้าที่มีประสิทธิภาพดีแต่อาจเกิดผลข้าง เคียงจากการระคายเคืองได้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์)

การป้องกันไม่ให้เกิดฝ้ามากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดที่มี ค่าป้องกันสูง หลีกเลี่ยงการได้รับฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด เครื่องสำอาง และน้ำหอมที่มีฮอร์โมนหรือสเตอรอยด์เป็นส่วนผสม

การลอกฝ้าควรใช้ในรายที่แพทย์เห็นสมควรโดยใช้ยาลอกฝ้า ได้แก่ ไฮโดรควิโนนขนาด 2-4% ทาวันละ 2 ครั้งจะช่วยลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ยานี้อาจทำให้แพ้ได้ จึงควรทดสอบโดยทาที่แขนแล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน(ห้ามล้างออก) ดูว่ามีผื่นแดงหรือไม่ถ้ามีก็ห้ามใช้ยานี้

ใช้ยากันแสง ได้แก่ พาบา (PABA ซึ่งย่อมาจาก Para-amin Benzoic Acid) ทาตอนเช้าหรือก่อนออกแดด ควรใช้ชนิดที่มีความสามารถในการกรองแสง (Sun Protective Factior/SPF) มากกว่า 15 ขึ้นไป ยานี้อาจทำให้แสบตา แสบจมูก เป็นสิวหรือแพ้ได้ โดยทั่วไปมักจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าอาการจะดีขึ้นและจะต้องใช้ยากันแสง ไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการกลับเป็นฝ้าอีก ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1-2 เดือน หรือแพ้ยาที่ทารักษาฝ้าหรือสงสัยเป็นโรคอื่นควรปรึกษาแพทย์ทางโรคผิวหนัง การใช้แสงเลเซอร์ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์


ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ
ฮอร์โมนการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ เช่น ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือนและการได้รับฮอร์โมนจากภายนอกร่างกายทำให้มีโอกาสเป็นฝ้าได้มาก เช่น รับประทานยาคุมกำเนิด การใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่มีฮอร์โมนผสมอยู่

แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกระตุ้นเซลล์ให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น ทำให้เกิดฝ้าและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝ้าเข็มขึ้นอีกด้วย เชื่อว่าเกิดจากแสงอัลตราไวโอเลต A,B และ Visible Light จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00-15.00 น.

- ความเครียด สารเคมี (เช่น น้ำมันดิน) น้ำหอม เครื่องสำอาง ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือรอยด่างดำบนใบหน้าได้

- ผู้ที่เป็นโรคบางชนิด เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอลดิสัน ก็อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าดำได้เช่นกัน

- พันธุกรรม อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในผู้ที่เป็นฝ้าที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน

- ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยากันชัก เป็นต้น


เรื่องควรรู้เกี่ยวกับฝ้า

1. ฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์ โดยการกินหรือฉีดยาคุมกำเนิดอาจหายได้เองหลังคลอดหรือหลังหยุดใช้ยาคุมกำเนิด (อาจใช้เวลาเป็นสองเท่าของระยะเวลาที่กินยาคุมกำเนิด เช่น ถ้ากินยาอยู่นาน 1 ปี ก็อาจใช้เวลาถ้า 2 ปี กว่าฝ้าจะหาย)

2. ฝ้าอาจมีสาเหตุจากโรคที่ซ่อนเร้นภายในร่างกาย เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน เป็นต้น นอกจากนี้ โรคเอสแอลอี ก็อาจมีผื่นแดงขึ้นที่แก้มคล้ายรอยฝ้าได้ ดังนั้นถ้าพบมีอาการผิดสังเกตอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย ปวดข้อ ผมร่วง เป็นไข้เรื้อรัง เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

3. ยารักษาฝ้าบางชนิดอาจมีสารเคมีที่ทำลายเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ทำให้หน้าขาววอกเป็นรอยแดงหรือเป็นรอยด่างอย่างน่าเกลียด ดังนั้น จึงควรระมัดระวังอย่าซื้อยาลอกฝ้ามาทาเองอย่างส่งเดช โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาที่โฆษณาว่าทำให้หายได้ทันที ยาลอกฝ้าที่ผสมสารปรอทอาจทำให้ฝ้าจางลงแต่อาจมีอันตรายจากการสะสมปรอทที่ผิวหนังและในร่างกายได้

4. ในการรักษาฝ้าอาจต้องใช้เวลานานเป็นแรมเดือนหรืออาจไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพียงแต่ใช้ยากันแสงและยาลอกฝ้าทาไปเรื่อย ๆ ถ้าหยุดยาอาจกำเริบได้ใหม่ สำหรับฝ้าที่อยู่ตื้อ ๆ (สีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม) มักจะรักษาได้ผลดีแต่ฝ้าที่อยู่ลึก (สีน้ำตาลเทาหรือสีดำ) อาจได้ผลช้าหรือไม่ได้ผลเลย

5. การลอกหน้า ขัดผิว ตามร้านเสริมสวยทั้งน่ากลัวแล้วยังอาจเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น การแพ้ส้มผัส จึงไม่แนะนำให้ไปลอกหน้า ขัดผิว
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับกระ

กระ จัดเป็นเรื่องปกติของคนเอเชียผิวใครไม่มีกระต่างหากที่ถือเป็นเรื่องแปลก กระจะเกิดขึ้นในคนที่มีผิวขาวโดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น และมีกรรมพันธุ์เป็นพื้นฐาน

เป็นเรื่องจริงที่ว่า ถ้าไม่ถูกแสงแดดก็จะไม่เกิดกระ ดังนั้นเราจะพบการเป็นกระเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด อาทิ เช่น ใบหน้า คอ แขน เป็นต้น และกระจะมีสีเข้มและมีจำนวนมากขึ้นในฤดูร้อนที่แดดแรงและจะจางลงในฤดูหนาว


วิธีการรักษากระแบ่งเป็น 2 แนวคิด คือ
หมอจะพยายามเตือนให้คนไข้หลีกเลี่ยงแสงแดดและทายากันแดด (SPF30) ทุกวัน หรืออาจจะใช้ครีม Whitening ไปทาเพื่อให้สีกระจางลง
หมอจะยิงเลเซอร์ให้คนไข้ซึ่งกระก็จะหายไปแต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมากและหลังจากยิงเลเซอร์แล้วจำเป็นอย่างยิงที่จะต้องดูแลตัวเองไม่ให้ถูกแสงแดดหรือไอแดดมิฉะนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาเป็นอีก
[Continue Reading]

“ประโยชน์ของถุงชา” กับ “ความงาม”


ประโยชน์ดีๆ ของถุงชาที่คุณก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องความสวยความงามของผู้หญิงค่ะ ลองเอาไปใช้กันดูค่ะ ถ้าคุณได้ซื้อชามาดื่มเพื่อคุณประโยชน์แล้วก็อย่าลืมเก็บถุงชาที่เหลือมาใช้ตามเคล็ดไม่ลับดังต่อไปนี้นะค่ะ
ประโยชน์ 5 ข้อของถุงชา
1. ลดอาการตาบวม
สารแทนนินที่อยู่ในชาจะช่วยลดอาการบวมลงได้ ด้วยการวางถุงชาอุ่นๆ ลงบนเปลือกตาซักห้าถึงสิบนาที เพียงแค่วิธีการง่ายๆ แค่นี้อาการตาบวมของคุณก็สามารถลดลงได้ไม่ยาก
2. ลดอาการแสบร้อนจากแดดเผา
เพียงคุณใช้ถุงชาที่เย็นแล้วประคบผิวที่มีอาการแสบร้อน ไม่ว่าจะเป็นการโดนแดดเผาหรืออย่างอื่น ถุงชาที่ใช้แล้วของคุณก็สามารถช่วยคุณลดอาการแสบร้อนจากแสงแดดได้ไม่ยาก
3. ปลุกผิวในขณะอาบน้ำ
ด้วยการโยนถุงชาสองสามถุงลงในอ่างอาบน้ำ ชาซึ่งอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยทำการเยียวยาผิวไปด้วยในตัว สาวๆ คนไหนอยากมีผิวสวยลองดูก็ไม่เสียหายนะค่ะ
4. แก้ปัญหาเล็บฉีก
ด้วยการฉีกถุงชาเป็นชิ้นเล็กๆ พันไว้รอบปลายเล็บที่ฉีกแล้วทาทับด้วยน้ำยาเคลือบเล็บ ถุงชานั้นบางมากแต่เหนียวจึงช่วยพยุงเล็บที่ฉีกได้เป็นอย่างดี ดีขนาดนี้ใครมีปัญหาต้องลองดูแล้วค่ะ
5. ลดกลิ่นใต้วงแขนและกลิ่นเท้า
ด้วยการใช้ถุงชาทาใต้วงแขนหรือแช่เท้าในน้ำที่ผสมขึ้นจากถุงชาที่ใช้แล้วสามสี่ถุงกับน้ำร้อน สามารถช่วยลดกลิ่นได้ดีนักแลจ๊าา


ขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับผิวพรรณจาก gigail.com
[Continue Reading]

เทคนิคดีๆ ดูแลผิวเนียนสวย

        สาวๆอย่างเราๆไหนจะต้องคอยดูแลภาพลักษณ์ให้ดูดีเสมอแล้ว งานที่ทำก็ต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เพราะฉะนั้นจะมีเทคนิคอะไรดีๆ ในการเสริม ความสวยความงาม ให้กับตัวเองให้เร็ว และง่ายที่สุด มาดูกันดีกว่าว่า สาวๆจะมีเทคนิคอะไรบ้างในการดูแลผิวหน้า ทรงผม เรือนร่าง และเล็บแบบรวดเร็วทันใจ
เทคนิคดีๆ ดูแลผิวให้เนียนสวย

ผิวหน้า


**ถึงแม้คุณจะมีเวลาน้อยนิดเพียงใด**
สิ่ง ที่ไม่ควรละเลยหรือข้ามขั้นตอนเลยคือ การทำความสะอาดใบหน้าอย่างหมดจดเสมอ โดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเป้นสิวได้ เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาในการทำความสะอาดใบหน้าก็คือ การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตา สามารถช่วยคุณกำจัดคราบเครื่องสำอางและความสกปรกได้ภายในพริบตา เพียงแค่เทมันลงบนก้อนสำลี วางทับลงบนดวงตา รอซัก 5 วินาทีก่อนเช็ดออกทางด้านข้าง ถ้าคุณใช้มาสคาร่าหรืออายไลเนอร์ให้เช็ดซ้ำอีกครั้ง โดยหมุนก้อนสำลีเป็นวงกลมแล้วเช็ดลงด้านล่าง จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอางเช็ดให้ทั่วใบหน้า ผิวคุรก้จะสะอาดพอสมควรแล้วในระดับหนึ่ง แต่หากคุณต้องการล้างหน้าด้วยนำ้สะอาดอีกครั้งก็ไม่ว่ากัน


**ถ้าคุณทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดีแล้ว**
การ ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดในตอนเช้าก็เพียงพอแล้ว แต่ที่ลืมไม่ได้ก็คือ การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและการปกป้องแสงแดด คุณสามารถเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ผสมสารป้องกันแดดเพื่อการประหยัดเวลา และสามารถเติมรองพื้นลงไปเล็กน้อยในมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ในขั้นตอนเดียว หรือเลือกใช้มอยเจอร์ไรเซอร์แบบเจือสีก็ได้เช่นกัน


**เพื่อแก้ปัญหาตาบวมอย่างทันใจ**
ลอง ใช้ถุงชาที่ชงแล้วแช่เย็นโปะลงบนตาเป้นเวลา 10-20 นาที มันจะช่วยบรรเทาอาการตาบวม และทำให้ตาระคายเคือง หรือแตงกวาฝานแช่เย็น มันฝรั่งดิบฝาน(เอาไปแช่น้ำก่อนแช่เย็น) หรือช้อนแช่เย็น ก็จะได้ผลแบบเดียวกัน

เส้นผม


**ถ้าคุณไม่มีเวลาสระผม**
และ อยากขจัดความมันเยิ้มของเส้นผมออก คุรคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่าให้ใช้แป้งเด็กโรยที่โคนผมเพื่อดูดซับความมัน แต่การใช้แป้งเด็กมากเกินไป อาจทำให้ผมของคุณกลายเป็นสีเทาได้ ลองเปลี่ยนมาใช้แป้งฝุ่นแบบไร้สีแทน โรยเฉพาะที่โคนผม และอย่าใช้มากเกินไป จากนั้นแปรงออกเบาๆ อย่าแปรงแรงนัก เพราะมันมีแต่จะกระตุ้นรากผมให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น


**ถ้าไม่มีเวลาในการเป่าไดร์ผมทั้งศีรษะ**
ลองไดร์ผมเฉพาะรอบๆใบหน้าและบริเวณแสกผม ซึ่งเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

**เติมความพองสวยให้เส้นผมภายในพริบตา**

ด้วยการก้มตัวลง ฉีดสเปรย์ที่โคนผมแล้วแปรงผมเบาๆ จากนั้นเงยหน้าขึ้น เส้นผมจะพองตัวสวยในทันที


**การเตรียมพร้อมช่วยลดเวลาแต่งผมของคุณในตอนเช้า**
โดย หลังจากสระผมเสร็จแล้วเป่าไดร์จนผมเกือบแห้ง ใส่ผลิตภัณฑ์แต่งผมเล็กน้อยตามต้องการ แ้วใช้ดรลขนาดใหญ่ม้วนผมหรือมัดผมเปนเกลียว แล้วเข้านอนทั้งอย่างนั้น พอตอนเช้าหลังแกะโรลม้วนผมออก ใช้แปรงกลมขนาดใหญ่เป่าไดร์ผมอีกเล็กน้อย คุรจะได้ผมที่เรียบตรงและมีวอรุ่มสวยงาม สำหรับผมหยิกเมื่อแกะผมที่มัดเกลียวเอาไว้ ให้ใช้นิ้วมือสางเล็กน้อย คุณก็จะได้ลอนผมนุ่มสลวยทันที

เรือนร่าง


เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเครื่องดิ่มขับสารพิษ ต้มน้ำและเติมน้ำมะนาวลงไปครึ่งลูก และดื่มตอนที่ยังร้อน เครื่องดื่มร้อนนี้จะช่วยทำความสะอาดระบบร่างกาย ถ้าผิวของคุณต้องการความชุ่มชื้นเพิ่มเป็นพิเศษ และมอยเจอร์ไรเซอร์ตามปกติใช้เวลานานกว่าจะซึมซับเข้าไป ลองชโลมคอนดิชั่นเนอร์ใส่ผมลงบนผิวในระหว่างอาบน้ำแล้วนวดให้มันซึมเข้าผิว ล้างออกให้สะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำลายผิว ใช้น้ำอุ่นๆ แล้วสุดท้ายราดด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน


มือและเล็บ


**รู้หรือไม่ว่าลิปบาล์มสามารถใช้เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่หนังข้างเล็บได้**
ลองใช้ลิปบาล์มธรรมชาติที่มีส่วนผสมของเชียบัตเตอร์และวิตามินอีจะได้ผลดีที่สุด


**ถ้าคุณอยากทำเล็บสไตล์ French-Manicure แต่มีเวลาไม่มากนัก**
ลองใช้ดินสอสีไฮไลต์สีขาวเขียนที่ด้านล่างของปลายเล็บ แล้วทาด้านบนเล็บด้วยยาทาเล็บสีใส คุณก็ได้เล็บแบบ French-Manicure แล้ว


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก นิตยสารลิซ่า

[Continue Reading]

นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

นวดหน้าอก ด้วยตัวเอง

     หน้าอกของเราเป็นสิ่งที่เราควรดูแลรักษาอย่างดี เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดี และช่วยขจัดสารพิษออกไปด้วยค่ะ


+ ใช้ฝ่ามือทั้งสองกุมทรวงอกแล้วนวดเบาๆ


+ ยกแขนซ้ายขึ้น ใช้มือขวาจับที่ด้านในของต้นแขนซ้าย แล้วนวดช้าๆ จากใต้รักแร้มาที่ด้านหน้าของอก พร้อมกับตบเบาๆ แล้วทำอีกข้างแบบเดียวกัน


+ ใช้แรงกดที่ช่องระหว่างซี่โครง เพื่อให้ก้อนบวมที่สะสมอยู่สลายไป กางนิ้วทั้งสิบออก กดกลึงทรวงอกจากด้านในตรงกลางออกไปด้านนอก แล้วกดกลึงด้านนอกเข้าด้านใน


+ กดตรงกลางของกระดูกหน้าอก เริ่มจากใต้คอผ่านจุดกึ่งกลางลงไปถึงลิ้นปี่


+ แกว่งแขนทั้งสองข้างไปข้างหลังช้าๆ เหมือนกับพายเรือแล้วเดิน ท่านี้ควรทำเป็นประจำ จะช่วยให้ขจัดก้อนบวมและการไหลเวียนของน้เหลืองดีขึ้น


+ ยกแขนขึ้นกางออกเหมือนผีเสื้อหรือนกกระพือปีก แล้วหายใจเข้าออกพร้อมกับร้องฮูฮา ไปด้วย ท่านี้จะช่วยกระชับทรวงอกได้ด้วยค่ะ


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก www.ladytip.com

[Continue Reading]

8 วิธีดูแลความงามด้วยดีเกลือ

8 วิธีดูแลความงามด้วยดีเกลือ

หลายคนยังอาจจะไม่รู้ว่าดีเกลือฝรั่ง หรือ Epsom Salt (หาซื้อได้ตามร้านขายยาไทยจีน) นอกจากจะนำมาใช้เป็นยาถ่ายแล้ว ยังนำมาใช้ประโยชน์ในการดูแล ความสวย ความงาม ได้อีกหลายวิธีดังต่อไปนี้



  • แช่น้ำอุ่นให้สบาย โดยผสมดีเกลือลงในน้ำอุ่น 2 ถ้วยตวง





  •  แช่เท้า เพื่อขจัดกลิ่นและทำให้ผิวหยาบๆ นุ่มลง ผสมดีเกลือ 1/2 ถ้วยตวงลงในอ่างน้ำอุ่น จากนั้น ก็แช่ให้สบาย เสร็จแล้วก็ล้างน้ำแล้วเช็ดให้แห้ง





  •  ทำความสะอาดผิวหน้า ผสมดีเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตามปกติของคุณ ใช้นวดลงบนผิวหน้าให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น





  •  พอกหน้า ถ้าคุณมีผิวธรรมดาถึงผิวมัน ก็ผสมบรั่นดี 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 1 ฟอง นมผงแบบไร้ไขมัน 1/4 ถ้วยตวง น้ำมะนาว 1 ลูก และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน แล้วทาลงบนผิวที่เปียกหมาดๆ แต่ถ้าคุณมีผิวแห้ง ก็ผสมแครอตบดละเอียด 1/4 ถ้วย มายองเนส 1 1/2 ช้อนชา และดีเกลือ 1/2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน





  •  ขัดผิวกาย นวดดีเกลือหนึ่งกำมือลงบนผิวเปียกๆ โดยเริ่มจากเท้าขึ้นมา หลังจากนั้นก็อาบน้ำตามปกติ





  •  ขจัดน้ำมันส่วนเกิน ถ้าเส้นผมของคุณเป็นมันเยิ้ม ก็เติมดีเกลือ 9 ช้อนโต๊ะลงในแชมพูสำหรับผมมัน 1/2 ถ้วย ทาส่วนผสมนั้นลงบนเส้นผมในขณะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น เทน้ำส้มสายชูที่ทำจากแอ๊ปเปิ้ลลงบนเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออก




  • ล้างสเปรย์ฉีดผม ผสมน้ำ 1 แกลลอน น้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง และดีเกลือ 1 ถ้วยตวงเข้าด้วยกัน ปิดฝาทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาเทลงบนเส้นผมในขณะแห้ง ปล่อยทิ้งไว้ 20 นาที แล้วสระผมตามปกติ




  •  เพิ่มความพองให้เส้นผม ผสมคอนดิชันเนอร์ชนิดล้ำลึกเข้ากับดีเกลือในอัตราส่วนเท่าๆ กัน นำไปอุ่นให้ร้อน แล้วนำมาทาลงบนเส้นผม ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก




 ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก นิตยสาร Lisa

[Continue Reading]

แต่งหน้า สำหรับสาวผิวสองสี

แต่งหน้า สำหรับสาวผิวสองสี

สิ่งสำคัญในการที่จะเลือกใช้สีสันของเมคอัพให้เข้ากับสีผิวของตัวเองได้อย่างถูก ต้องนั้น ก่อนอื่นต้องเข้าใจ ก่อนว่าโทนของสีผิวแบ่งออกเป็นทั้งโทนร้อนและโทนเย็น


     โทนร้อน คือ ผิวที่มีส่วนผสมของสีเหลือง สีส้ม สีน้ำตาล หรือสีแทน สาวไทยส่วนมากจะมีสีผิวอยู่ในโทนนี้

    สำหรับโทนเย็น คือ กลุ่มของผู้หญิงที่ มีสีผิวค่อนข้างดำคล้ำ คือสีผิวมีส่วนผสมของสีน้ำเงินอยู่ ค่อนข้างมาก หรือหมายถึงสีผิวของผู้ที่ผิวมีสีออกไปทางขาวจัด พื้นสีผิวจะแฝงไว้ด้วยสีเทา สีฟ้า สีน้ำเงิน

    เมื่อวิเคราะห์สีผิวของตัวเองได้แล้วเราจะสามารถเลือกสีของรองพื้น สีแป้ง สีบลัชออน และสีลิปสติกได้ เหมาะสมกับสภาพสีผิวตัวเอง

    รองพื้น ควรเลือกให้ใกล้เคียงกับสีผิวหน้ามากที่สุด โดยทดสอบก่อนที่บริเวณกรามทั้งสองข้าง ถ้าเกลี่ยแล้ว เนียนกลืนเข้ากับสีผิวแสดงว่าเลือกได้ถูกต้อง

    แป้งฝุ่น เลือกตามโทนของสีผิวหรือเลือกตามสีของรองพื้น ซึ่งแป้งฝุ่นมีทั้งโทนเหลือง ส้ม ชมพู แทน

    อายแชโดว์ นอกจากเลือกตามสีของผิวแล้ว ควรเลือกให้เข้ากับบุคลิก สีเสื้อผ้า กาลเทศะ รวมทั้งอารมณ์ของ คุณด้วย ขอแนะนำให้ใช้สีน้ำตาลเป็นหลัก ส่วนจะมีสีอื่นผสมลงไปโดยเน้นสีหนักไปด้านได้ ควรดูตามโทนของสีผิว เช่น ผิวโทนร้อนใช้สีน้ำตาล ทองแดง ทอง เบจ งาช้าง ผิวโทนเย็นใช้สีปนเทา ม่วง หรือสีฟ้า

    บลัชออน สาวผิวสองสีควรเลือกบลัชออนสีออกส้ม น้ำตาล สาวผิวคล้ำจัดควรเลือกสีชมพู แดงแอปเปิ้ล น้ำตาล

    มาสคาร่า ควรเลือกชนิดกันน้ำได้ สำหรับผู้หญิงไทยควรเลือกมาสคาร่าสีดำ น้ำตาลเป็นหลัก หากต้องการเพิ่ม สีสันให้กับตัวเอง สาวผิวสองสีควรเลือกโทนสีน้ำตาล เขียว และสีฟ้า ส่วนสาวผิวคล้ำควรเลือกสีดำ เนวีบลู ม่วง และน้ำเงิน

    ลิปสติก สาวผิวสองสีหรือสีโทนร้อนควรใช้ลิปสติกสีออกน้ำตาล ใช้วิธีการไล่ระดับสีได้โดยผสมสีอื่นลงไปได้ เช่น สีแดง ชมพู และส้ม สาวผิวคล้ำหรือสีโทนเย็น ควรใช้ลิปสติกสีออกชมพูโดยไล่ระดับสีได้ด้วยการผสมสีอื่นลงไป เช่น สีแดง ส้ม ม่วง


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก นิตยสาร Lisa
[Continue Reading]

17 เคล็ดลับความงาม

17 เรื่องน่ารู้ คู่ความงาม

1. ช๊อกโกแลตนี่แหละ ที่มาของใบหน้ามีสิว
     จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาหรืองานวิจัยใดๆ ที่สนับ สนุนว่าความเชื่อดังกล่าวเป็นจริง ในต่างประเทศได้มีการทดลองทฤษฎีนี้โดยแบ่งคนเป็นสิวที่มีความรุนแรงเท่าๆ กัน ออกเป็นสองกลุ่ม ให้กลุ่มแรกงดกินช๊อกโกแลตเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ส่วนกลุ่มหลังให้กินช๊อกโกแลต 3 แท่งต่อสัปดาห์ติดต่อกันเป็นเวลานาน 4 สัปดาห์ ผลการทดลองพบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการกินช๊อกโกแลตเป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งไปกระตุ้นให้ เกิดสิวขึ้นจริงเหมือนอย่างที่หลายคนเชื่อกัน… แต่ทำให้อ้วนได้แน่นอนเชียวค่ะ

2. ค่า SPF ในครีมกันแดดยิ่งสูงยิ่งกันแดดได้ดี
SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าที่บอกว่าผิวของคุณสามารถทนต่อแสงแดดได้นานเท่าไหร่โดยไม่เกิดผิว ไหม้ เช่น ถ้าคุณไปตากแดดแล้วเกิดผิวไหม้ภายใน 15 นาที หลังใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15 แล้วจะช่วยทำให้ผิวของคุณทนต่อการไหม้ของแดดได้นานขึ้นถึง 15×15=225 นาที ส่วนค่า SPF ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ผิวป้องกันแสงแดดได้มากขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น SPF 30 กันแดดได้ 97% SPF 60 กันได้ 98-98.5% จะเห็นว่า SPF จาก 30 เป็น 60 ช่วยกันแดดได้เพิ่มขึ้นเพียง 1-1.5% เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อยมาก ดังนั้น ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ จึงไม่ได้ดีกว่าเสมอไป

3. วิตามินและอาหารเสริมเพิ่มความสวย
    
การรับประทานวิตามินและอาหารเสริมกลายเป็นกระแสนิยม ไปแล้วในขณะนี้ เนื่องจากมีโฆษณาชวนเชื่อมากมาย อ้างว่าสามารถทำให้ผิวสวยสุขภาพ ดีจากภายในสู่ภายนอกได้ หากคุณอยู่ดีกินดีไม่ได้อดมื้อกินมื้อ วิตามินและอาหารเสริม ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะการรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่และผักผลไม้สดๆย่อมได้คุณค่าทางอาหารมากกว่าอยู่แล้ว แถมราคายังถูกกว่าอีกด้วย จริงไหมคะ

4. ย้อมผมอย่างไรให้ปลอดภัย
    
ยา ย้อมผมเป็นเครื่องสำอางที่มีสารเคมีบางชนิดซึ่ง อาจก่อให้เกิดอันตรายได้หากใช้ผิดวิธี เพื่อความปลอดภัยควรทดสอบอาการแพ้โดยทาบนท้องแขนก่อนใช้ 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการคัน บวม แดงจึงย้อมได้ ห้ามใช้ถ้ามีผื่นผิวหนังอักเสบ แผลเปิดหรือรอยถลอกบนหนังศรีษะ ไม่ควรเกาหรือนวดศรีษะก่อนและระหว่างย้อม อย่านำไปย้อมขนที่อื่น เช่น ขนตา ขนคิ้ว ระวังไม่ให้น้ำยาย้อมกระเด็นเข้าตาเด็ดขาด หากมีอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน มีผื่นแดงให้หยุดใช้ทันทีแล้วล้างออกด้วยน้ำปริมาณมากๆก่อนไปพบแพทย์

5. ทำอย่างไรดีเมื่อเล็บเปราะบาง
    
เล็บ เปราะเกิดจากการขาดความชุ่มชื้นซึ่งมักพบในคน ที่ล้างมือบ่อยๆหรือขาดแร่ธาตุบางชนิด เช่น ไบโอติน แคลเซียม การใช้ครีมบำรุงผิวเข้มข้นหลังล้างมืออาจทำให้ดีขึ้นบ้าง ควรตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันเล็บฉีกเมื่อต้องหยิบจับของแข็ง หมั่นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงเล็บ เช่น ตับ เนื้อสัตว์ ข้าวกล้อง และถั่ว ถ้ายังไม่ดีขึ้นลองรับประทานไบโอตินขนาด 2.5 มิลลิกรัมกต่อวัน จะช่วยให้เล็บแข็งแรงขึ้นได้

6. สนไหม..สมุนไพรพอกหน้าให้ด่างดำ
    
การ ใช้สมุนไพรพอกหน้าจากสถานเสริมความสวยความงามหรือทำด้วย ตัวเองต้องระวังมากเป็นพิเศษ เพราะหากโชคไม่ดีแทนที่จะได้หน้าขาวใสกลับได้รอยด่างดำแทน เพราะพืชสมุนไพรบางชนิด เช่น มะนาว มะกรูด มีสารที่ทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบและรอยดำหลังจากสัมผัสสารนั้นแล้วไปตาก แดด ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงดีกว่าค่ะ

7. ที่มีของปัญหาผิวแตกลาย
    
ผิว แตกลาย เป็นปัญหาที่พบบ่อยในวัยรุ่นที่โตเร็ว นักกีฬาเล่นกล้าม หญิงตั้งครรภ์และโรคที่มีความผิดปกติของฮอร์โมน การที่ร่างกายมีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ผิวหนังขยายตัวยืดตามไม่ทันจึง เกิดเป็นรอยแผลย่นขึ้น ระยะแรกผิวแตกลายมีสีแดงและจะกลายเป็นสีขาวออกวาวๆในระยะหลัง การทายาในกลุ่มกรดวิตามินเออาจทำให้ดีขึ้นได้บ้าง ส่วนการรักษาเลเซอร์ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

8. มอยส์เจอไรเซอร์จำเป็นมากขาดไม่ได้
    
มอยส์ เจอไรเซอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิวพรรณซึ่งมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ โลชั่นเหมาะสำหรับคนที่มีผิวผสมหรือผิวแห้งในบางพื้นที่ ครีมเหมาะกับคนผิวแห้งซึ่งควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตันภายหลัง ส่วนผิวแพ้ง่ายให้เลือกชนิดที่ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม และระบุว่าเป็น Hypoallergenic ใครที่หน้ามันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เลยก็ได้ เพราะผิวมีความชุ่มชื้นอยู่แล้ว

9. เหงื่อออกมากผิดปกติที่รักแร้
    
ภาวะ เหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นภาวะที่ระบบประสาทซึ่งควบคุมการหลั่งของเหงื่อทำงานมากกว่าปกติ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ รักแร้ ฝ่ามือและฝ่าเท้า คนประสบปัญหานี้จะมีซอกรักแร้เปียกชื้นตลอดเวลาและอาจทำให้มีกลิ่นตัวได้ บางคนไม่กล้าใส่เสื้อผ้าสีอ่อนๆเพราะกลัวจะเห็นเป็นรอยเปียกเหงื่อ การรักษามีหลายวิธี เช่น การทายา Aluminium chloride 20% การรับประทานยาที่มีผลระงับเหงื่อ การฉีดโบท๊อกซ์ และการผ่าตัดต่อมเหงื่อ

10. ยาสีฟันใช้ทาแผลน้ำร้อนลวกได้จริงหรือ
    
ยา สีฟันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดฟันซึ่ง มีส่วนประกอบของสารขัดสี สารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง สารที่ทำให้เกิดฟองและสารกันบูด ยังมีคนอีกมากที่ปฐมพยาบาลแผลน้ำร้อนลวกเบื้องต้นด้วยการทายาสีฟัน ความจริงแล้วไม่มีส่วนผสมใดๆในยาสีฟันที่สามารถช่วยรักษาหรือสมานแผลได้เลย แต่อาจทำให้เกิดแผลลุกลามจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนยากต่อการรักษาและ ทิ้งรอยแผลเป็นมากกว่าปกติได้

11. ถ้าไม่อยากแก่เร็วอยู่ให้ไกลจากบุหรี่
     ทราบไหมคะว่าการสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรค ถุงลมโป่งพองและมะเร็งปอดแล้ว ยังมีผลกระทบต่อระบบผิวหนังอีกด้วย สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัวจึงส่งผลให้การหมุนเวียนของ เลือดไปเลี้ยงผิวหนังลดลง แถมยังมีสารอะซีตาลดีไฮด์ซึ่งถูกปล่อยออกมากับควันบุหรี่ไปรบกวนทำให้ผิว หนังอ่อนแอลง นานๆเข้าสีผิวจะกลายเป็นสีเหลืองอมเทา เกิดรอยย่นและแก่ก่อนวัยได้

12. ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการต่อเล็บ
การ ต่อเล็บต้องใช้กาวเป็นตัวเชื่อมระหว่างเล็บจริง กับเล็บปลอม สารประกอบที่สำคัญของกาวเชื่อม คือ เอทธิลไซยาโนอะคริเลท มีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีปฎิกิริยาแพ้สารตัวนี้ทำให้ผิวหนังรอบเล็บเป็นผื่นแดง บวม คันมาก และยากต่อการรักษา ดังนั้น การต่อเล็บจึงเป็นทางเลือกของความสวยที่มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

13. ครีมกันแดดสำหรับวันที่มีแดดเท่านั้น
    
เป็น ที่ทราบกันดีว่ารังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด สามารถทำให้ผิวหนังไหม้ เกิดริ้วรอย กระ ฝ้าและมะเร็งผิวหนังได้ มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าถ้าแดดไม่ออกหรือเวลาไปเที่ยวต่างประเทศที่มีเมฆ ครึ้มหิมะตกก็ไม่ต้องทาครีมกันแดดซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะถึงแม้ว่าเมฆจะหนาทึบเพียงใด 80% ของรังสีอัลตร้าไวโอเลตยังคงลอดผ่านลงมาอยู่ดี หรือแม้แต่แสงจากไฟในห้องก็ตามค่ะ

14. ขนคุด ที่มาและวิธีกำจัด
ขน คุดเกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วอุดตันอยู่ในรู ขุมขน ทำให้ขนไม่สามารถงอกออกมาได้อย่างปกติ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็กๆ คลำแล้วรู้สึกสากๆ บริเวณที่พบบ่อยคือต้นแขนและต้นขา ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ บางครั้งอาจมีการอักเสบร่วมด้วยทำให้เห็นเป็นตุ่มแดง พบว่ามีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ การทายาประเภทอนุพันธ์ของกรดวิตามิน AHA หรือ BHA จะทำให้ดีขึ้นได้ แต่ถ้าหยุดก็มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีก

15. นอนผิดท่าใบหน้ามีริ้วรอย
    
เคย ไหมคะว่าที่คุณพบว่าใบหน้ามีรอยย่นหลังตื่นนอน ขึ้นมาตอนเช้าหรือว่าร่องแก้มด้านหนึ่งมีรอยลึกมากกว่าอีกด้าน ริ้วรอยที่เกิดขึ้นนี้มีผลมาจากการนอนในท่าที่มีการกดทับติดต่อกันเป็นเวลา นานหลายชั่วโมงที่เรียกว่า “สลีฟ ลายน์” คนที่ชอบนอนคว่ำหรือนอนตะแคงอาจเกิดรอยแบบนี้ได้มาก หากคุณเป็นคนหนึ่งซึ่งประสบปัญหานี้ให้ลองฝึกนอนหงายดูนะคะ เพราะการนอนหลับในท่านอนหงายจะดีที่สุดสำหรับผิวหน้าของคุณค่ะ

16. จุดซ่อนเร้นสะอาดเกินจำเป็น…อันตราย
จุดซ่อนเร้นหรือช่องคลอดของผู้หญิงจะ มีสภาวะเป็นกรด อ่อนๆจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ซึ่งมีผลดีต่อการยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อรา การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่เป็นประจำอาจทำให้สมดุลของความเป็นกรด ด่างนี้เสียไป ส่งผลให้เชื้อราเติบโตขึ้นมาแทน บางรายอาจเกิดการแพ้และระคายเคืองจากน้ำหอมที่ผสมอยู่ โดยทั่วไปการทำความสะอาดช่อ่งคลอดด้วยน้ำเปล่าและสบู่ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว

17. เรื่องของส้นเท้าแตก แห้งและเจ็บ
ส้น เท้าแตกเป็นอาการของผิวหนังที่แห้งและขาดความ ชุ่มชื้นอย่างมากทำให้ผิวหนังส่วนนอกหนาและแตกเป็นร่องคล้ายกับผิวดินที่แตก ระแหง บางคนพยายามจะดึงหนังที่แข็งๆออก แต่กลับทำให้หนังฉีกลึกลงไปถึงเนื้อด้านในซึ่งจะเจ็บมากเวลาเดิน การรักษาต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้นร่วมกับยาทาที่มีส่วนผสมของยู เรียและกรดซาลิไซลิกทาเป็นประจำทุกวันจึงจะดีขึ้น

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ความสวย ความงาม จาก mthai.com
[Continue Reading]
Powered By Blogger · Designed By Seo Blogger Templates